บริการรับเขียนบทความภาษาไทยคุณภาพสูง รองรับการทำ SEO Unique 100%

รับจ้างเขียนบทความภาษาไทยคุณภาพสูง
บริการรับเขียนบทความภาษาไทยคุณภาพสูง และรองรับการทำ SEO บทความไม่ซ้ำใคร Unique 100% โดยนักเขียนผู้มากประสบการณ์

เราให้บริการรับเขียนบทความภาษาไทยคุณภาพสูง และขียนบทความที่รองรับการทำ SEO เพื่อใช้ในการดันอันดับให้ติดหน้าแรก Google ซึ่งบทความที่เรารับเขียนและมีความชำนาญจะอยู่ในขอบเขต 5 หมวดหมู่ได้แก่

1. หมวดการเงินการลงทุน                                      ดูตัวอย่างบทความ คลิ๊ก!
2. หมวดสุขภาพ                                                    ดูตัวอย่างบทความ คลิ๊ก!
3. หมวดอาชีพธุรกิจ                                               ดูตัวอย่างบทความ คลิ๊ก!
4. หมวดการแนวคิด กำลังใจ การพัฒนาตนเอง         ดูตัวอย่างบทความ คลิ๊ก!
5. หมวดเกษตรกรรม                                              ดูตัวอย่างบทความ คลิ๊ก!

ทำไมต้องจ้างเราเขียนบทความ

การเขียนบทความทั้ง 5 หมวดหมู่นี้ จะเขียนขึ้นจากความรู้และประสบการณ์ที่ผู้เขียนมีและจากการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหากได้รับหัวข้อย่อยที่ผู้เขียนค่อยไม่ชำนาญ โดยเขียนด้วยสำนวนของผู้เขียนเอง ซึ่งในการรับงานนั้น ผู้เขียนจะรับเขียนงานได้เพียงครั้งละ 1  ท่าน หากเขียนเสร็จและส่งงานแล้วจึงจะรับงานจากท่านต่อไป จะไม่มีการรับงานมาดองไว้ ซึ่งผู้เขียนจะทำการอัพเดทสถานะการรับงานที่ หน้าเว็บนี้ และหน้า Page Facebook เพื่อที่ผู้เขียนจะได้โฟกัสในการเขียนและความสบายใจของผู้จ้างงาน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าผู้จ้างงานได้รับงานที่รวดเร็วด้วย

ผู้เขียนเน้นการเขียนบทความในเชิงคุณภาพ ซึ่งต้องใช้พลังและความรู้ความสามารถค่อนข้างสูง มีการขัดเกลาสำนวน ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งงาน และวางรูปแบบการเขียนที่สวยงาม มีหัวข้อหลัก หัวข้อรอง เนื้อหา และบทสรุปที่ชัดเจน ถูกต้องตามหลักการเขียนบทความ และใส่ใจในคุณภาพของบทความเพื่อที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้ส่งเสริมในธุรกิจและเว็บไซต์ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

" การบริการเขียนบทความนี้ เราไม่รับเขียนบทความแบบคัดลอก, รีไรท์ หรือดัดแปลงจากต้นฉบับ เราเขียนขึ้นจากความรู้ความเข้าใจ จากการศึกษาเพิ่มเติมในสำนวนของผู้เขียนเอง เราเน้นความถูกต้องตามจรรยาบรรณของนักเขียนครับ "


บริการของเรา


- รับเขียนบทความขั้นต่ำ 10 บทความขึ้นไป
- รับเขียนบทความภาษาไทยคุณภาพ 500 คำ/ 50 บาท
- รับเขียนบทความภาษาไทยคุณภาพ 1,000 คำ/ 100 บาท


ฟอร์แมตบทความ


- ส่งงานเป็นไฟล์ Word ตัวอักษร cordia new 14 point
- นับจำนวนคำด้วยโปรแกรม MS Word
- ตรวจเช็คบทความซ้ำด้วยเว็บ Small Seo Toos


ระยะเวลาในการส่งมอบงาน 

- อัตราความเร็วในการเขียนงานของผู้เขียน ถ้าเป็นบทความปกติที่ผู้เขียนมีความรู้และสามารถเขียนได้เลยทันที จะอยู่ที่ประมาณ 3-5 บทความต่อวัน หากเป็นบทความที่ต้อง Research หาข้อมูลเพิ่มเติมก็อาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

ขั้นตอนการเขียนบทความของผู้เขียน

1. รับคีย์เวิร์ดและหัวข้อบทความจากลูกค้า
2. เขียนโครงร่างบทความ
3. สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้ามี)
4. ลงมือเขียน
5. ขัดเกลาสำนวนและตรวจคำผิด
6. ส่งมอบงานให้ลูกค้า


ขั้นตอนวิธีการสั่งจ้างงานของลูกค้า


1. ลูกค้าสั่งงานโดยวิธีส่งอีเมล์มาที่ rutsha001@gmail.com
2. ลูกค้าแจ้งจำนวนบทความและส่งคีย์เวิร์ดที่ต้องการเน้นและหัวข้อบทความที่จะให้เขียน ตัวอย่างเช่น

          คีย์เวิร์ด = ลดความอ้วน
          หัวข้อบทความ = วิธีลดความอ้วนง่าย ๆ ด้วยการดื่มน้ำและออกกำลังกาย

3. ผู้เขียนส่งเมล์ยืนยันการรับงาน และแจ้งการชำระเงิน
4. ลูกค้าชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินทางอีเมล์มาที่ rutsha001@gmail.com
5. ผู้เขียนแจ้งยืนยันการได้รับเงิน,แจ้งระยะเวลาส่งงาน และเริ่มต้นเขียนบทความ
6. ผู้เขียนส่งงานให้ลูกค้าเมื่อเขียนเสร็จ

(ปล.ผู้เขียนมีความรู้และชำนาญในหมวดการเงิน,อาชีพ,และการพัฒนาตนเอง เป็นหลักครับ)

ช่องทางการโอนเงิน:

ธนาคาร: กรุงเทพ สาขา เทสโก้โลตัสแพร่
บัญชี: ออมทรัพย์ 
เลขที่: 304-4-18406-1
ชื่อบัญชี: นายรัชพงศ์ มูลไว


ธนาคาร: กรุงไทย สาขา จอมทอง
บัญชี: ออมทรัพย์
เลขที่: 526-0-16213-7
ชื่อบัญชี: นายรัชพงศ์ มูลไว


(ปล.รบกวนโอนเงินให้มีเศษสตางค์ เช่น 500.20 บาทเป็นต้น เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบครับ)

ช่องทางติดต่อผู้เขียน


ผู้เขียนชื่อ: รัชพงศ์  มูลไว (เด่น)
อีเมล์: rutsha001@gmail.com
TEL. 084-8105547



{ Read More }


(ตัวอย่างบทความหมวดสุขภาพ 798 คำ) 6 เคล็ดลับการลดน้ำหนักง่าย ๆ ด้วยการปั่นจักรยาน


6 เคล็ดลับการลดน้ำหนักง่าย ๆ ด้วยการปั่นจักรยาน

วิถีชีวิตของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ที่กำลังมุ่งมั่นทุ่มเทกับการทำงานในออฟฟิศตั้งแต่เช้าจรดเย็น เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็มักจะหาเรื่องสังสรรค์ เพื่อผ่อนคลายจากกิจกรรมการทำงานที่เคร่งเครียดมาทั้งวัน ครั้นจะหาเวลาไปออกกำลังกายก็ออกจะขี้เกียจกันบ้าง จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเพิ่มกันได้ง่าย ๆ และที่สำคัญยังเป็นปัญหาใหญ่หลวงของใครหลายคนอีกด้วย

แต่เดี๋ยวก่อน วันนี้เรามีสูตรเด็ด ๆ กับ 6 เคล็ดลับการลดน้ำหนักง่าย ๆ ด้วยการปั่นจักรยาน มาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านได้ลองนำไปทดลองใช้กันดูครับ แต่ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจเรื่องการลดน้ำหนักกันก่อนครับ หากจะลดน้ำหนักให้ได้ผล หลักการง่าย ๆ ก็คือการเผาผลาญแคลลอรี่ออก ให้มากกว่าการนำแคลลอรี่เข้านั่นเอง  6 เคล็ดลับจะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลยครับ

1.ตั้งเป้าหมาย – ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการตั้งเป้าหมาย ในการลดน้ำหนักก็เช่นกันเราควรมีการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนไปเลยว่า จะลดน้ำหนักกี่กิโล ในระยะเวลาเท่าไหร่ เช่น จะต้องลดให้ได้ 5 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 2 เดือนเป็นต้น และให้เขียนเป้าหมายนั้นแปะไว้ในทุก ๆ ที่  ที่เรามองเห็น เพื่อเป็นการตอกย้ำและสร้างแรงบันดาลใจทำให้สำเร็จ

2.วินัยและความสม่ำเสมอ - เมื่อเราได้ทำการตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาก็คือความมีวินัยและความสม่ำเสมอ มีคำกล่าวไว้ว่า “คนมีวินัยทำอะไรก็สำเร็จ” การมีวินัยคือ หากเราได้กำหนดไว้ว่าจะออกปั่นจักรยานทุกเช้าเวลาตั้งแต่ตีห้า-หกโมงเช้า เราก็ต้องมีวินัยทำตามนั้นให้ได้และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

3.ออกปั่นตอนเช้าก่อนมื้ออาหาร - การออกปั่นจักรยานในตอนเช้าก่อนมื้ออาหารนั้นเป็นเพราะว่า ร่างกายของเราในตอนเช้าจะเป็นช่วงภาวะขาดอาหารชั่วคราว ซึ่งการออกกำลังตอนเช้านั้นจะช่วยเผาผลาญแคลลอรี่ได้เป็นอย่างดี และหลังจากปั่นจักรยานเสร็จแล้ว อาหารมื้อเช้าหลังการปั่นจักรยานก็สำคัญ ควรจะรับประทานอาหารที่ให้พลังงานอย่างเช่น คาร์โบไอเดรต ,เกลือแร่,ผักและผลไม้ งดเว้นอาหารจำพวกไขมันและน้ำตาล

4.ควบคุมอาหารหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารอย่างหนักหลังปั่น – ข้อนี้ก็สืบเนื่องมาจากข้อ 3 ซึ่งการควบคุมอาหารเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จ ควรจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นจำพวกข้าว ผัก และผลไม้เป็นหลัก และไม่รับประทานอาหารอย่างหนักหลังจากการปั่นจักรยาน เพราะเราอย่าลืมว่า แคลลอรี่เข้าต้องน้อยกว่าแคลลอรี่ออก

5.ปั่นให้ไกลกว่าที่เคยปั่นแต่ไม่ต้องหนักมาก - เทคนิคนี้คือการใช้ระยะทางในการปั่นจักรยานให้ไกลกว่าปกติจากที่เคยปั่น เพราะจะทำให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม และเทคนิคที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การใช้เกียร์เบาในการปั่น แต่ใช้รอบปั่นให้จัดขึ้น เพื่อที่หัวใจจะได้ทำงานหนักขึ้นและเผาผลาญแคลลอรี่ได้ดีขึ้นนั่นเอง และที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิงคือ จะทำให้น่องเรียวสวยงามเป็นของแถมอีกด้วย

6.ลดอาหารมื้อเย็น - ข้อนี้เป็นของแถม เพราะคนส่วนใหญ่มักจะรับประทานอาหารเช้าน้อย แต่ไปเน้นหนักในมื้อเย็น ซึ่งกิจกรรมหลังอาหารมื้อเย็นก็มักจะไม่ค่อยมีอะไร และมักจะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ออกแรงเผาผลาญไขมันซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่รับประทานอาหารเสร็จก็มักจะเอ็นหลังดูทีวีดูรายการโปรดเสียมากกว่า ดังนั้น การควบคุมอาหารมื้อเย็นโดยการรับประทานอาหารแต่พอดี และเน้นหนักไปอาหารจำพวกผักและผลไม้ ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้อย่างที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอนครับ

การจะลดน้ำหนักให้ได้ผลนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีวินัย มีความสม่ำเสมอและมีกำลังใจเป็นอย่างมาก เพราะการลดน้ำหนักต้องอาศัยทั้งเวลาและแรงกายแรงใจสูง คนส่วนใหญ่ที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จก็เพราะหวังผลในระยะสั้นอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เมื่อไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงก็เลิกล้มความตั้งใจไปเสียก่อน จึงทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จนั่นเอง

ผู้เขียน: รัชพงศ์  มูลไว


(บทความนี้มีลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาติให้ทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอก หากต้องการใช้บทความกรุณาติดต่อเจ้าของบทความ)
{ Read More }


(ตัวอย่างบทความหมวดธุรกิจอาชีพ 836 คำ) รวยออนไลน์ด้วยการขายภาพถ่าย Stock Photo ทำดี ๆ มีเงินล้าน


รวยออนไลน์ด้วยการขายภาพถ่าย Stock Photo ทำดี ๆ มีเงินล้าน และสามารถสร้างให้เป็นทรัพย์สินแบบ Passive Income ได้อีกด้วย

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ คุณผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมขอนำเอาประสบการณ์ส่วนตัวในเรื่องการหารายได้เสริม หรือรายได้พิเศษจากการขายภาพถ่ายออนไลน์มาฝากเพื่อน ๆ กันครับ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะถ่ายเล่น ๆ ไว้ดูเองหรือถ่ายโฟสลงเฟสบุ๊คไว้อวดเพื่อน ๆ

บางคนอ่านจะสงสัยว่าขายภาพถ่ายออนไลน์ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Stock Photo นั้น เขาขายกันอย่างไรและถ้าเรามีรูปถ่ายเก็บไว้เยอะ และต้องการเอาไปขายบ้างจะเอาไปขายที่ไหน สำหรับคำถามเหล่านี้มีคำตอบแน่นอนครับ ติดตามกันได้เลย

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Stock Photo กันก่อน อธิบายคร่าว ๆ ก็คือ ภาพถ่ายที่ใช้สำหรับประกอบบทความในเว็บไซต์ หนังสือ แผ่นพับ ใบปลิว หรืองานโฆษณาต่าง ๆ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือภาพที่ใช้งานธุรกิจต่าง ๆ นั่นเอง และการจะนำภาพไปขายก็จะมีตัวกลางในการรวบรวมภาพ หรือที่เรียกว่าเอเยนซี่ที่รับภาพต่าง ๆ ไปจัดหมวดหมู่แล้วทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำการตลาดต่าง ๆ ซึ่งเอเยนซี่ต่าง ๆ ก็มีมากมาก แต่ที่ได้รับความนิยมติดอับดับ Top 5 ของวงการก็มีอาทิเช่น  Shutterstock, iStockphoto, Dreamstime, Fotolia, 123rf  ซึ่งเอเยนซี่ที่กล่าวมานี้เป็นที่นิยมและอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ และยังมีเอเยนซี่อื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมายที่เราสามารถนำภาพไปฝากขายได้

ส่วนการจะนำภาพส่งไปวางขายได้นั้น บางเว็บตัวแทนจะต้องมีการสอบเบื้องต้นก่อน เช่น เว็บ Shutterstock, iStockphoto ส่วนเว็บ Dreamstime, Fotolia, 123rf  นั้นไม่ต้องสอบ เพียงแค่ส่งภาพไปให้ผู้ตรวจภาพพิจารณาก่อน หากภาพที่ส่งไปผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดก็พร้อมขึ้นไปวางขายได้แล้วครับ ส่วนวิธีการสมัคร การสอบ และขั้นตอนการส่งภาพนั้น ผมยังจะไม่กล่าวถึงในตอนนี้ เนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อนเล็กน้อย แต่จะให้ลิ้งค์สำหรับการเรียนรู้ ศึกษา พูดคุยเกี่ยวกับการขายภาพถ่ายออนไลน์ของคนไทยที่ไปรวมตัวกันอยู่ ตามลิ้งค์นี้ครับ www.stockphotothailand.com  เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปสอบถามและศึกษาหาความรู้ในเบื้องลึกกันได้ตามสะดวกเลยครับ

บางคนอาจจะมีข้อสงสัยว่า การขายภาพถ่ายออนไลน์แบบนี้มันจะมีรายได้ซักกี่มากน้อยกัน และจะคุ้มค่ากับการลงมือทำหรือไม่? จะคุ้มค่าหรือไม่ ผมมีข้อความบางส่วนมาให้เพื่อน ๆ ลองพิจารณาดูกันครับ ว่ามันคุ้มหรือไม่

ผมอ่านโพสต์นี้แล้วนั่งคำนวนสนุกๆ (เมื่อก่อนตอนเริ่มขายภาพใหม่ๆ ผมชอบคิดแบบนี้มากเลยครับ มันทำให้เกิดกำลังใจในฐานะคนที่มีแต่สมองกับสองมือ ไม่มีมรดกแม้แต่ที่ดินสักเท่าแมวดิ้นตาย พ่อแม่ไม่มีกิจการให้สืบทอด) https://www.facebook.com/photo.php?fbid=909084589155274&set=gm.1589327067990196&type=1&theater เจ้าของโพสต์ทำมาประมาณ 2 เดือนกว่า มีภาพ 200 กว่า ได้มา 33 เหรียญกว่าๆ คำนวณเป็นค่าเงินบาทในปัจจุบันได้ราวๆ 1,126 บาท (โดยประมาณ) คนอยากรวยเร็วๆ รู้สึกว่าน้อยจัง จริงๆ มีอีกวิธีครับได้เงินจำนวนเท่านี้ภายในระยะเวลาประมาณ 2 เดือนเหมือนกันไม่ต้องมาทำขายภาพให้เหนื่อย คือเอาเงินไปฝากธนาคารกินดอกครับ ผมใช้โปรแกรมคำนวณของธนาคาร อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ตีหยาบๆ 0.5 บาท (ฝากจริงๆ ได้ไม่ถึงมั้งครับต้องหักภาษีด้วย) ถ้าอยากได้ 1,126 บาทในสองเดือน ก็หาเงินไปฝากทิ้งไว้ 1,350,000 บาทครับ เงิน 1,350,000 บาท สำหรับผมหายากครับ แต่ภาพจำนวน 200 ภาพ สำหรับคนชอบถ่ายภาพ น่าจะมีลุ้นกว่านะครับ เห็นด้วยมั๊ยครับ

(อ้างอิงบทความของคุณ สุระ  นวลประดิษฐ์ ที่ได้โพสไว้ในกลุ่ม Shutterstock Thailand Contributors)

เพื่อน ๆ จะเห็นได้ว่าการทำอาชีพ Stock Photo หรือขายภาพถ่ายออนไลน์ ก็คล้าย ๆ กับการฝากเงินในธนาคาร ซึ่งการฝากเงินในธนาคารเราฝากเงินกินดอกเบี้ย ส่วนการทำ Stock Photo เราฝากภาพซึ่งก็ให้ผลตอบแทนคล้าย ๆ ดอกเบี้ย ที่มันสามารถทำเงินแทนเราได้ตลอดไป ซึ่งสามารถสร้างให้เป็นทรัพย์สินแบบ Passive income ให้เราได้อีกทางหนึ่งด้วย...

ในบทความนี้ผมขอแนะนำการขายภาพออนไลน์ Stock photo ไว้คร่าว ๆ เพียงแค่นี้ก่อน ซึ่งการจะทำอาชีพนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เราต้องทำการศึกษาให้เข้าใจอีกหลายขั้นตอน แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าความพยายาม ถ้าเพื่อน ๆ ท่านใดสนใจอาชีพอิสระการขายภาพ Stock Photo แบบนี้ก็ลองสืบค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้ครับ และในโอกาสต่อไปผมจะนำเอาเคล็ดลับดี ๆ มาฝากเพื่อน ๆ อีกเช่นเคยครับ

ผู้เขียน: รัชพงศ์  มูลไว


(บทความนี้มีลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาติให้ทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอก หากต้องการนำบทความไปใช้งาน กรุณาติดต่อเจ้าของบทความก่อนครับ)




{ Read More }


(ตัวอย่างบทความทางด้านการเงิน 843 คำ) ทำงานเก็บเงินมาตั้งนานทำไมไม่รวยสักที แล้วเมื่อไรถึงจะรวย


ทำงานเก็บเงินมาตั้งนานทำไมไม่รวยสักที แล้วเมื่อไรถึงจะรวย

มีผู้คนมากมายที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ประหยัดอดออมเก็บเงินมานานหลายปี หรือบางคนอาจจะเก็บออมเงินมากว่าครึ่งของชีวิต และเคยสงสัยไหมครับว่า ทรัพย์สินเงินทองที่เราได้เก็บออมเอาไว้นั้น หากเรามาตรวจเช็คคำนวณดูแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า สถานะของเราตอนนี้อยู่ในขั้นไหน “ยากจน”, “พอมีพอกิน”, “ร่ำรวย”, “เศรษฐี” การจะวัดว่าเรานั้นร่ำรวยมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นหรือไม่ เราสามารถวัดได้ครับ แต่ก่อนที่เราจะไปวัดอัตราความมั่งคั่ง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” กันก่อนครับ

ความหมายของคำว่า “อิสรภาพทางด้านการเงิน” นั้น หลายคนอาจจะมีคำนิยามต่างกันออกไป แต่ตามหลักการแล้วจะหมายถึง การมีรายได้ที่ไม่ได้มาจากการลงแรงทำงานของเรา กล่าวคือ เมื่อวันใดที่เราไม่สามารถทำงานได้อาจเกิดจากการตกงาน หรือเกษียณ หรือไม่ต้องทำงานแล้ว ก็ยังมีรายได้เข้ามาเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและไม่ต้องกังวลในเรื่องของเงินอีกต่อไป โดยที่เราสามารถเลือกที่จะทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้ 

ซึ่งการได้มาของ “อิสรภาพทางด้านการเงิน” นั้น เราต้องรู้จักสะสมทรัพย์สินที่สามารถทำงานให้เราได้ ตัวอย่างทรัพย์สินที่ทำงานแทนเรา อาทิเช่น อสังหาริมทรัพย์ บ้าน คอนโดให้เช่า, เงินฝากธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูง, ตราสารหนี้,หุ้น,กองทุนรวมเป็นต้น
ก่อนอื่นเรามาดูวิธีวัดความอยู่รอดและความมั่งคั่งของเรากันก่อนครับ

1.ก่อนจะรวยและมั่งคั่งต้องทำชีวิตของตนเองให้อยู่รอดก่อน ซึ่งมีสูตรทางด้านการเงินคำนวณดังนี้

ผลลัพธ์ที่ได้ต้องมากกว่า 1

ก่อนที่เราจะรวยและมีความมั่งคั่งนั้น เราต้องทำชีวิตของเราให้อยู่รอดได้ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะมีรายได้หลักมาจากการทำงาน และรายได้จากทรัพย์สิน รายได้จากการทำงานก็อาทิเช่น ค่าจ้าง,เงินเดือน ส่วนรายได้จากทรัพย์สิน เช่น รายได้จากค่าเช่าบ้านหรือคอนโด,เงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุนรวม,ดอกเบี้ยเงินฝาก เป็นต้น  มาดูตัวอย่างกันครับ

นายทำงาน พอมีพอกิน  เป็นลูกจ้างบริษัทมีรายได้หลักจากการทำงาน ปีละ 200,000 บาท มีรายได้จากสินทรัพย์เป็นค่าเช่าบ้านปีละ 50,000 บาท และมีรายได้จากเงินปันผลจากหุ้นและกองทุนรวมอีก 10,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประมาณ 100,000 บาท เรามาตรวจดูอัตราการอยู่รอดของ นายทำงาน ก่อนว่าเป็นเท่าไหร่ จากสูตรข้างต้น
  

จากตัวอย่างเราพอจะทราบได้ว่า อัตราการอยู่รอดของนายทำงานมากกว่า 1 เท่า ก็แสดงว่า นายทำงาน มีรายได้มากกว่ารายจ่าย และสามารถดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้ แต่จะร่ำรวยและมั่งคั่งหรือไม่ ต้องมาดูกันต่อไปครับ

2. เมื่อทำชีวิตให้อยู่รอดได้แล้วเมื่อไรถึงจะเรียกว่าร่ำรวยและมีความมั่งคั่ง เราสามารถวัดได้จากสูตรดังนี้

ผลลัพธ์ต้องมากกว่า 1

เมื่อในขั้นตอนแรก เราได้วัดอัตราการอยู่รอดได้แล้ว และผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาค่อนข้างดี ซึ่งสามารถทำให้การใช้ชีวิตของเราอยู่รอดได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันแล้ว ต่อมาก็ต้องมาวัดกันว่าเมื่ออยู่รอดได้แล้ว แล้วเรามีความร่ำรวยหรือมั่งคั่งหรือเปล่า จากตัวอย่างเดิมเราเอาข้อมูลมาคำนวณอัตราส่วนความมั่งคั่งได้ดังนี้
      

จากผลลัพธ์ที่ได้จะเห็นว่ามีค่าน้อยกว่า 1 ซึ่งแสดงว่านายทำงาน มีความมั่งคั่งน้อยเพียงแค่ 0.6 เท่า หรือแทบจะไม่มั่งคั่งเลย คือไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หากตกงานไม่มีงานทำไม่มีรายได้จากการทำงาน และมีรายได้จากทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว หากจะเพิ่มความมั่งคั่งก็ต้อง สะสมทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้เรามากขึ้น เก็บออมและนำไปลงทุนให้มากขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่นั้นมักจะสามารถทำได้ดีในข้อที่ 1 คือมีอัตราส่วนความอยู่รอดที่ดี แต่อัตราส่วนความมั่งคั่งยังน้อย คือต้องพึ่งพารายได้จากการทำงานเป็นหลัก ถ้าหากเราอยากจะมีความร่ำรวยมั่งคั่งจนสามารถมี “อิสรภาพทางการเงิน” ได้ เราก็ต้องเก็บออมให้มากขึ้นกว่าเดิม และนำไปลงทุนสะสมในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ให้เรามาก ๆ เพื่อเป้าหมายความมั่งคั่ง และ “อิสรภาพทางการเงิน” ของเราในอนาคตครับ

ผู้เขียน: รัชพงศ์  มูลไว



(บทความนี้มีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอก หากต้องการใช้บทความกรุณาติดต่อเจ้าของบทความก่อน)


{ Read More }


IconIconIconFollow Me on Pinterest

สถิติผู้เยี่ยมชม

Blogroll

What's Hot